การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง! เมื่อกรมธนารักษ์เตรียมประกาศใช้ "ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่" ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงปี 2573 ข้อมูลนี้คือสิ่งสำคัญที่นักลงทุนและเจ้าของที่ดินต้องนำมาวางแผนเพื่อปรับพอร์ตการลงทุนแต่เนิ่นๆ

จากการวิเคราะห์สถิติและข้อมูลจากภาครัฐ นี่คือ 3 ประเด็นหลักเชิงตัวเลขที่ต้องจับตา:

1. ปรับขึ้นเฉลี่ย 15% ทั่วประเทศ:
การประเมินรอบใหม่นี้ครอบคลุมที่ดินกว่า 37 ล้านแปลง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดช่องว่างระหว่าง "ราคาประเมิน" และ "ราคาตลาดจริง" จากเดิมที่เคยห่างกันถึง 30-40% ให้แคบลงเหลือเพียง 15-20% ซึ่งหมายความว่าราคาประเมินจะสะท้อนมูลค่าจริงของทำเลได้แม่นยำขึ้น
2. ทำเล CBD ใจกลางเมืองยังครองแชมป์:
โซนธุรกิจหลักอย่าง สีลม เพลินจิต และวิทยุ ยังคงเป็นทำเลที่มีราคาประเมินสูงสุดในประเทศ (ทะลุ 1,000,000 บาท/ตารางวา) สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งและมูลค่าที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
3. ผลกระทบด้านภาษีและการบริหารสินทรัพย์:
เมื่อราคาประเมินขยับขึ้น ภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าธรรมเนียมการโอนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย สิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งให้ Landlord (เจ้าของที่ดิน) นำที่ดินเปล่าออกมาปล่อยเช่า พัฒนาโครงการ หรือเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อลดหย่อนภาษี ทำให้คาดการณ์ได้ว่าตลาดการปล่อยเช่าที่ดินจะคึกคักขึ้นอย่างมาก

สรุป: โอกาสของนักลงทุนอยู่ตรงไหน?
ช่วงเวลาก่อนถึงปี 2570 คือ "นาทีทอง" สำหรับการพิจารณาซื้อขายเปลี่ยนมือ เพื่อประหยัดค่าธรรมเนียมการโอน ตลอดจนการเจรจาทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวในระดับต้นทุนที่ยังไม่ปรับขึ้น

หากคุณกำลังมองหาที่ดินศักยภาพสูงเพื่อการลงทุน หรือเป็นเจ้าของที่ดินที่ต้องการวางแผนบริหารสินทรัพย์เพื่อลดภาระภาษี ทีมงานมืออาชีพของ PROPSYNC พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกและช่วยจัดสรรพอร์ตอสังหาฯ ของคุณให้เกิดผลกำไรสูงสุด ติดต่อเราเพื่อนัดหมายรับคำปรึกษาได้เลยตั้งแต่วันนี้